📌 🌟10 ข้อสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนที่จะออกงานแสดงสินค้า 👍👍

person Akkapol123 2019-10-17 10:55:23
📌 🌟10 ข้อสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนที่จะออกงานแสดงสินค้า 👍👍

📌10 ข้อสำคัญ🌟ที่ต้องเตรียมก่อนที่จะออกงานแสดงสินค้าเพื่อที่จะประสบความสำเร็จและทำให้แน่ใจว่า  การใช้เงิน และเวลาเป็นจำนวนมากในการเตรียมงาน ของคุณจะต้องคุ้มค่าที่สุด เราจึงมี 10 เคล็ดลับที่ควรรู้ในการไปออกงานแสดงสินค้า 👍 มาให้ได้อ่านกัน

📌ไปที่ปุ่ม Follow และเลือก #See first ไว้ ไม่พลาดทุก Content ที่เกี่ยวกับการออกบูธ หรือ ติดตามบทความได้ที่หน้า link นี้ www.fabricsystems.net/blog

 

 เตรียมทีมขายให้พร้อม
     

การวางแผนสำหรับทีมขาย เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการออกบูธ รวมถึงการขายด้วยความสามารถ ซึ่งเป็นการขายที่มีพลัง ทีมขายจะเป็นเช่นไรจะต้องขึ้นอยู่กับความขยันซึ่งไม่สามารถโกหก หรือหลอกลวงได้ แต่การขายลักษณะนี้อาจจะได้ตามเป้าที่กำหนดหรือไม่ก็ได้ โดยหากท่านคิดจะออกงานแสดงสินค้าให้ได้ผล การกำหนดเป้าหมายในการขาย ผู้ออกงานแสดงสินค้าควรเพิ่มประสิทธิภาพ เช่นการเพิ่มความเข้าใจในตัวสินค้า ขั้นตอนในการขายสำหรับทีมขายที่ชัดเจน  งานแสดงสินค้าถือเป็นตัวเลือกที่ดีในการขาย เพราะมีลูกค้าที่พร้อมจะซื้อของที่บูททันที  มากกว่าจะตามไปซื้อในภายหลัง และควรเพิ่มเติมออฟชั่นของสินค้า ให้ดูว๊าว ดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และควรมีของพร้อมให้ลูกค้าทันที จะช่วยทำให้การปิดการขายง่ายยิ่งขึ้น อุปกรณ์ในการออกบูธมีส่วนสำคัญ เพราะเป็นเครื่องมือสื่อสาร ให้ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพและชัดเจน ลูกค้าจะมีอารมณ์ร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเองโดยที่ทีมขายไม่ต้องใช้ความพยายามมาก เพราะการตัดสินใจเองของลูกค้า มีผลมากต่อการขาย

 

 วางแผนก่อนออกงาน


ควรวางแผนดู วัน เวลา และสถานที่ เช็คสภาพอากาศ และผู้คนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายให้การตอบรับและสนใจมากน้อยเพียงใด การประชุมรายละเอียดงานกับทีม จัดวางธีมและรูปแบบงาน ควรจะวางก่อนงานจะจัดอย่างน้อยหกเดือน ในการวางแผนควรจะเสนอ เป้าหมาย และจุดประสงค์ให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดที่นำเสนอต้องประกอบด้วย รายชื่อสินค้า,รายละเอียดการบริการในงาน และการขนส่งจัดเก็บ, แนวทางที่จะจัดแสดง, รูปแบบ และการดำเนินงาน รวมไปถึงข้อมูลที่ได้จากการขาย, การจัดการ และการตลาด เวลา และสถานที่การประชุม รวมถึงรายชื่อการทำหน้าที่ในบูธ ควรจะวางแผนในหนึ่งอาทิตย์ก่อนที่จะไปออกงาน

 


พื้นที่ขายของต้องเหมาะสม


ควรสำรวจสถานที่และกำหนดขนาดของพื้นที่ การเลือกทำเลที่ตั้ง มุมมองของลูกค้า การมองเห็น รวมถึงจุดอับสายตา ที่จะทำให้ลูกค้าเข้าถึงยาก และควรสำรวจรอบๆ ที่ตั้งติดๆ กับเราว่าเค้าตั้งยังไง แบรนด์ไหนบ้าง และป้ายร้านเค้าตั้งบดบังเราไหม และการตั้งเป้าจำนวนของลูกค้าจะช่วยให้กำหนดขนาดของพื้นที่ที่ต้องการได้ โดยเฉลี่ยพนักงานขายสามารถนำเสนอขายให้ดีได้โดยใช้เวลา 10 นาที ในขณะที่ทำหน้าที่อยู่ที่บูธ และยังต้องการพื้นที่ประมาณ 1.5 เมตรในการทำงาน (รวมถึงหน้าที่อื่น ๆ) ถ้าแผนก่อนการออกงานแสดงสินบอกว่าต้องการร้อยละ 10 ของผู้เข้าร่วมประชุม 5,000 คน หรือ ผู้คนที่อาจจะสนใจ, กลุ่มเป้าหมาย, ลูกค้า 500 คน ในตลอดช่วงเวลาที่งานแสดงสินค้าเปิด คุณจะต้องการพื้นที่อย่างน้อยที่สุด 6 เมตร และคนขาย 5 คน อยู่ที่บูธตลอดเวลา ควรจะพิจารณาเพิ่มพื้นที่เผื่อไว้สำหรับจัดเก็บ, การรวบรวมเอกสาร, สานสัมพันธ์ลูกค้า, อุปกรณ์เครื่องเสียง และส่วนปิด หรือ ห้องประชุม อีกด้วย

 

กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน


กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่คาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะให้ความสนใจกับสินค้าของแบรนด์เรา ที่เหมาะสมกับสินค้าของแบรนด์เรา ทำให้เกิดการกระตุ้นไปทางการปิดการขายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อเรารู้กลุ่มเป้าหมายชัดเจนแล้ว ว่าจะมีผู้เข้าร่วมเท่าใดที่มีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้า และใช้จำนวนนี้กำหนดความต้องการพื้นที่, งบประมาณ และการปฎิบัติงานในการออกงานแสดงสินค้า ในงานแสดงสินค้าจะทำให้คุณได้รับคนที่สนใจ และพร้อมที่จะซื้อสินค้า และบริการของคุณทุกคนอยู่แล้ว โดยการตั้งเป้าไปยังข้อมูลพื้นฐานของคนที่มาเดินงานจะทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการดึงดูด, พบปะ และพูดคุยเกี่ยวกับสินค้า

 

 

ตำแหน่งการตั้งบูธ


ควรกำหนดขนาดให้ชัดเจน และทางที่ดีควรไปดูสถานที่และดูคู่แข่งหรือบูธข้างๆ ที่มาตั้งกับเราว่ามีการบดบังหรือทำให้บูธเราเด่นน้อยลงไปมากน้อยแค่ไหน จึงต้องไปดูสถานที่เพื่ออัพเดทบูธของเราให้สวยเด่นกว่าใคร และอยู่ในมุมมองที่ลูกค้าสามารถมองเห็นชัดเจนและง่ายต่อการเข้าถึงมากยิ่งขึ้น แต่ในหลายกรณีอาจจะไม่ได้ไปดูสถานที่ออกงานจริง จึงสำคัญที่จะเรียนรู้แบบแปลนของงานเพื่อที่จะเลือกพื้นที่ที่คุณต้องการ และทำให้คุณทำงานได้ดีที่สุดด้วย ในบางทีอาจจะต้องขอแบบแปลนจากสถานที่จัดเองโดยตรงเพื่อที่จะรู้รายละเอียดต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น เช่น ช่องที่แบ่งเอาไว้, ที่ตั้งของลิฟต์, สิ่งกีดขวาง และสิ่งที่สำคัญต่อการออกงานแสดงสินค้าในสถานที่ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุดผู้เข้าร่วมคนอื่นก็มีส่วนในการเลือกพื้นที่เพราะบางบูธบางคนอาจจะเสียงดัง หรือทำอะไรรบกวนที่จะทำให้คุณทำงานได้ยากขึ้น

 

ออกแบบป้ายโฆษณา และสื่อประชาสัมพันธ์

สื่อโฆษณาควรมีให้ครบ สื่อที่อ่านเข้าใจง่าย ให้ความรู้แกลูกค้าและเข้าใจได้ง่าย ทำให้มีผลต่อการตัดสินใจด้วยตนเองมากขึ้น แบคดรอปภายในบูธหรือป้ายต่างๆ ควรสวยงามและโดดเด่นสะดุดทุกสายตาและเรียบง่ายต่อมุมมองสายตาของลูกค้า หรือการใช้วัสดุใหม่เช่น แบคดรอป หรือ บูธ ที่ผลิตจากผ้าพิมพ์ช่วยทำให้สีกราฟฟิกสวยโดดเด่นและชัดเจนทุกรายละเอียด ไร้รอยต่อ ช่วยดึงลูกค้าให้หยุดมองอยู่ที่บูธคุณ และช่วยให้ทีมขายของคุณได้คุยกับลูกค้ามากขึ้น ส่งผลต่อการปิดการขายได้ง่ายขึ้น

 

พนักงานประจำบูธที่เหมาะสม

ควรเป็นพนักงานที่มีความรู้เกี่ยวกับสินค้าเป็นอย่างมาก ทั้งบุคลิคต่างๆ หรือหน้าตาและวิธีการพูดก็มีส่วนสำคัญหมด และการมองคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งไว้ด้วย ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะที่จะทำหน้าที่ที่บูธ คนที่จะถูกเลือกต้องมีความรู้ของ คุณสมบัติของสินค้า, ประโยชน์ และมูลค่า และนำเสนอมันออกมาได้อย่างดี และสามารถขายหรือเจรจาธุรกิจได้ในบรรยากาศที่วุ่นวายของงานแสดงสินค้า ในการประชุมก่อนงานแสดงสินค้าเป็นโอกาสที่ดีในการคุย และอธิบายเกี่ยวกับสินค้าต่าง ๆ ทีมที่จัดเตรียมบูธต้องประชุมกันทุกเย็นเพื่อทำให้เกิดการทำงานที่ดีขึ้น เช่นการเปรียบเทียบผลการขาย และการปรับปรุงบูธ และสินค้า และจัดเตรียมสำหรับวันพรุ่งนี้

 

บันทึก หรือทำแบบฟอร์มการขาย

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญมาก และสามารถนำไปปรับใช้ในรอบต่อๆ ไปได้ ถึงความต้องการของลูกค้าและความคิดเห็น หรือสิ่งที่ลูกค้ากังวล เก็บรายละเอียดเพื่อครั้งต่อไปจะได้ปรับข้อบกพร่องของเราให้บูธของเราออกมาได้ประสิทธิภาพที่สุด พึงการคัดกรองคนที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธในตอนจบงาน แบบฟอร์ม และรายงานการขายนั้นมีประโยชน์อย่างมาก คนที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธกรอกได้ถูกต้อง และครบถ้วน, ทุกคนที่มีหน้าที่ที่บูธบันทึกคำตอบ, ความกังวล และความคาดหวังได้อย่างถูกต้อง เมื่อจบงานแสดงสินค้าแบบฟอร์ม และรายงานการขายนั้นมีประโยชน์อย่างมากในการติดตามลูกค้า ในแบบฟอร์มจะมีรายละเอียดการสนทนา และข้อเสนอที่ทำให้ลูกค้าพอใจและปิดการขายได้

 

การเตรียม และติดตามวัสดุล่วงหน้า


ควรจัดเตรียมวัสดุเกี่ยวกับการขาย ของทีมขายและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ประกอบการขาย ที่ช่วยให้ปิดการขายได้ง่ายขึ้น และสิ่งสำคัญคืออุปกรณ์ออกบูธต่างๆ ควรเช็คให้เรียบร้อยไม่ว่าจะเป็น แบคดรอป ป้าย หรือใบปลิวต่างๆ หนึ่งอาทิตย์ก่อนจะเดินทางไปที่งานแสดงสินค้าควรจะต้อง กำหนด, จัดเตรียม และรวบรวมชุดเอกสารที่เกี่ยวกับวัสดุ มันจำเป็นที่จะมีระบบการจัดการในพื้นที่ และแจ้งเซลล์พื้นที่ว่าได้ส่งวัสดุอะไรไป และส่งไปเมื่อไหร่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดตามได้ทันที

 

การประเมินหลังจากงานแสดงสินค้า


การเก็บรวบรวมคำวิจารณ์ และผลตอบรับที่เกี่ยวกับการวางแผน เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากต่อการออกบูธ เพราะในอนาคตเราจะได้นำมาปรับปรุงและปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินงานในงานแสดงสินค้าจะทำให้มีประสบการณ์ในการออกงานแสดงสินค้า และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการออกงานแสดงสินค้าในอนาคตจนสามารถประสบความสำเร็จได้ ประสบการณ์ที่เลวร้ายจะเป็นแรงผลักดันที่จะเอาชนะความท้าทาย และเพิ่มโอกาสที่จะรักษาบริษัทให้อยู่ต่อไปได้ การที่จะประสบความสำเร็จได้ในการออกงานแสดงสินค้าจะขึ้นอยู่กับวิธีการ, ประสบการณ์ต่าง ๆ และความพยายามในการจัดการต่าง ๆ  คนที่มีความสมารถในการออกงานแสดงสินค้าจะสามารถลดเวลา และต้นทุนในการขายได้ ในขณะที่ลูกค้าที่พร้อมที่จะซื้อเพิ่มจำนวนควรจะคว้าโอกาสเอาไว้ ความพยายามในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ที่มากขึ้นจะแสดงผลให้เห็น

 

Credit : อ้างอิงจากบทความของ Peter LoCascio is the president of Trade Show Consultants. salesandmarketing.com


เพิ่ม [email protected] เพื่อสอบถามข้อมูล
@fabricsystems